Menu:

 
1 มิ.ย. 2553

            หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้ว  รอเวลาเพล ต้องไปสวมมนต์งานแต่งหลังวัด  อยู่อีกฝั่งภูเขา  ไปกันหมดทั้งวัด   เจ้าบ่าวและเจ้าสาวรูปร่างอ้วนถ้วนสมบูรณ์

            พิธีงานคล้ายเมืองไทย  แปลกแต่ท้องถิ่นของไทยจะมีลักษณะแตกต่างกัน  ที่พอจะสังเกตเห็นในงานแต่งนี้คือ  ไม่มีน้ำมนต์  เอาดอกเข็มสีแดงแทน  พระจะเป็นผู้โปรยดอกเข็มแทนการพรมน้ำมนต์ให้กับคู่บ่าวสาว  พระทำหน้าที่สวดมนต์สองสามบท  อาจารย์เจ้าอาวาสอบรมสั่งสอน พูดให้โอวาทพอสมควรแล้วเป็นอันเสร็จพิธีกรรมทางศาสนา

            ฉันเพลงานแต่งเสร็จ  ใกล้บ้านงาน  ข้าพเจ้า  ท่านวิทยาและพระชาวมาเลย์ท้องถิ่นพากันเดินไปดูศาลเจ้าของจีน  อยู่ติดกับภูเขา  ประตูรั้วปิด  เข้าไปสำรวจภายในไม่ได้  แต่พอสังเกตได้บ้างว่า  จะมีสิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุไม่มาก  เช่น  ศาลาใหญ่กันแดด ลม ฝน ไว้ประกอบพิธีไหว้เจ้าของชาวจีน  มีที่พักและป่องคล้ายถ้ำอยู่ด้านบนเหนือหลังคาของศาลาหลังใหญ่  ถระถางธูป  เทียนดอกไม้  รอบๆ  ศาลเจ้าค่อนข้างสะอาด

            พอสำรวจเสร็จกะว่าจะเดินกลับวัดคูบังตีฆา  แต่เนื่องจากว่าอากาศตอนกลางวันร้อนมาก  จึงอาศัยรถกลับเช่นเดิม

            บ่ายสอง  ฝนพรำลง  ปรับอากาศให้เย็นสบาย  เด็กมาเรียนคนเดียว  ข้าพเจ้าพูดกับท่านวิทยาว่า ความเป็นครู  จะมีคนมาเรียนเท่าไหร่ก็ต้องสอน  และทำหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ  เพราะจะมาเพียงหนึ่งคน  แต่เขาตั้งใจ ดีกว่ามามากแล้ว  เล่น  คุย หยอกล้อกัน  กลับบ้านมิได้อะไร ก็ไม่สมควร  เมื่อพูดคุยกันดังนี้แล้ว  ข้าพเจ้าก็ถือไมค์ตามท่านวิทยาไป

            นักเรียนก็เก้  ๆ กังๆ  คงจะทำตัวไม่ถูก  เพราะมาคนเดียว  ข้าพเจ้าปรึกษากันว่า  ถึงเวลาใครจะมาเรียนหรือไม่มาก็ชั่งเขา  ถึงเวลาสอนเลยย  เพราะถ้ารั้งรอไป  เวลาก็ช้า  เพราะคิดว่า  ถ้าอาจารย์ไม่ได้สอนเวลานี้  เวลาเท่านี้ต่างหากที่อาจารย์สอน  ก็จะมาเวลานั้น  ทำให้ถอยเวลาเรียนที่แท้จริงออกไปอีก

            ทั้งนักเรียนและครูพากันไหว้พระ  ข้าพเจ้าพูดเป็นขวัญ  กำลังใจกับนักเรียนซึ่งมาคนเดียว  เมื่อพูดจบ  ใช้เวลาสิบห้านาที  สังเกตเห็นใบหน้าและแววตา ประกายแห่งความมุ่งมั่น ในการอยากเรียนเพิ่มขึ้น

ฝนหยุดตก  เกือบจะบ่ายสาม  เสียงมอเตอร์ไซค์ของผู้ปกครอง  เริ่มทยอยมาส่งลูกๆ  เข้าเรียน

            มีสองสาเหตุที่นักเรียนมาช้า 1. กลับจากโรงเรียนช้าและ 2. ฝนตก  ทำให้เด็กมาตามกำหนดคงไม่ได้  ที่สอนๆ กันอยู่  เป็นเพียงความยินยอมพร้อมใจมาเรียนเฉยๆ  ไม่มีอะไรผูกมัด  เด็กบางคนไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนสองสสามวันที่ผ่านมา  คงเหนื่อยหลังจากร่ำเรียนในโรงเรียนรัฐบาลมาหลายชั่วโมง  ยังมาเรียนต่อที่วัดอีก  ทำให้ความรู้สึกอยากเรียนน้อย

            กลางคืนทั้งวัดเว้นอาจารย์เจ้าอาวาสไปสวดงานศพอีกครั้ง  ข้าพเจ้าไม่ถนัดสวดงานศพ  เนื่องจากว่าที่กรุงเทพฯนั้น  กลุ่มที่สวดงานศพ เรียกว่า สวดอภิธรรม  พระที่สวดต้องซักซ้อมกันก่อน ข้าพเจ้า ไม่ได้ซักซ้อมเลย ทำให้สวดลำบาก เลยไม่ค่อยไปสวดนัก เลี่ยงให้พระที่สวดประจำไป  แวะวันนี้ ข้าพเจ้าพยายามพูดคุยกับท่านวิทยา  ท่านวิทยาเองก็พยายามให้ข้าพเจ้าสวดให้ได้  ซึ่งก็โตเถียงประเด็นนี้

            คืนนี้หลังจากกลับจากสวดศพ  ข้าพไม่สบายใจเพราะสวดอธิธรรมไม่ได้  ใจจริงอยากบอกปฏิเสธอาจารย์เจ้าอาวาส  แต่ก็เกรงท่านจึงไม่ได้พูดอย่างที่ตนคิด  เลยต้องจำใจไป  พยายามทำสมาธิ  คิดใคร่ครวญ  ไตร่ตรองหลายๆ ด้าน  มีเหตุผลสมกับที่ร่ำเรียนหนังสือหนังหาระดับปริญญาตรี

 


Comments




Leave a Reply

    Picture
    ภาณุ

    เยือนถิ่นมาเลเซีย

    กาลครั้งยังถิ่นมาเลเซีย
    มีหลายสิ่งเจียรไนไม่หมด
    ธรรมชาติและผู้คนช่างงามงด
    น่าจดจำว่าคราวหนึ่งซึ้งถิ่นนี้

    Archives

    January 2011

    Categories

    All